รวมข่าวประกวดราคา
 รวมข่าวรับสมัคร
 ข่าวรอบรั้วทั่วไทย
ขณะนี้มีผู้ Online อยู่
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
เรื่องน่ารู้กับการเลือกตั้ง ส.ส.
การโฆษณาหาเสียง

วันที่ 16 พ.ค. 2554 (จำนวนคนอ่าน 958 คน)

การโฆษณาหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมือง
 
โดยที่กฎหมายเลือกตั้งมาตรา 59 ได้บัญญัติให้ กกต.กำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินการของรัฐในการสนับสนุนการเลือกตั้งรวม 5 เรื่อง ดังต่อไปนี้ คือ
1. การจัดสถานที่ปิดประกาศและที่ติดแผ่นป้าย
2. การพิมพ์และจัดส่งเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งและผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไปให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
3. สถานที่สำหรับให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองใช้ในการโฆษณาหาเสียงได้อย่างเท่าเทียมกัน
4. การกำหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาให้พรรคการเมืองโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์
5. การสนับสนุนของรัฐในกิจการอื่นที่ กกต.กำหนด นอกจากนั้น ในมาตรา 60 ยังบัญญัติห้ามมิให้ผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดดำเนินการ (เพราะรัฐได้สนับสนุนแล้ว) รวม 3 เรื่อง คือ การปิดประกาศหรือติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งในสาธารณสถานซึ่งเป็นของรัฐ หรือในที่ของเอกชน การโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ หรือกระทำกิจการอื่นที่ กกต.กำหนดให้รัฐสนับสนุน ส่วนอีก 2 เรื่อง คือ การพิมพ์และส่งเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งและผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไปให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งการจัดสถานที่หรือเวทีปราศรัยหาเสียงนั้น กฎหมายไม่ได้ห้ามผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หรือผู้ใดจะดำเนินการ ดังนั้น ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองหรือผู้ใดจึงสามารถดำเนินการได้
 
จากข้อกฎหมายมาตรา 59 และมาตรา 60 ดังกล่าว กกต.จึงได้วางระเบียบว่าด้านการหาเสียง ข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามมิให้ปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2550 และประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินการของรัฐในการสนับสนุนการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2550 สรุปได้ ดังนี้
 
1.การปิดประกาศและติดแผ่นป้าย
 
เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในการหาเสียงของผู้สมัครและพรรคการเมือง จึงได้กำหนดขนาดและจำนวนของแผ่นประกาศ และแผ่นป้ายไว้ ดังนี้
 
1.1 กำหนดขนาดแผ่นประกาศ (โปสเตอร์) มีขนาดไม่เกิน 30x42 ซม. (ประมาณ A3) จำนวนที่ผลิตได้ต้องไม่เกิน 10 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นๆ
1.2 กำหนดขนาดแผ่นป้าย (คัตเอาต์หรือบิลบอร์ด) มีขนาดไม่เกิน 130 x245 ซม. (ประมาณแผ่นไม้อัด) จำนวนที่ผลิตได้ต้องไม่เกิน 5 เท่า ของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นๆ
1.3 กำหนดสถานที่ปิดประกาศและติดแผ่นป้าย โดยห้ามปิดในสถานที่ของเอกชน ให้ปิดได้ในสาธารณสถานของรัฐเฉพาะแห่งตามที่หัวหน้าหน่วยของรัฐได้ประกาศกำหนดอนุญาตไว้เท่านั้น โดยแผ่นประกาศ (โปสเตอร์) สามารถปิดได้เพียงสถานที่ละ 1 แผ่น ส่วนแผ่นป้ายจะติดได้จำนวนเท่าใด ณ สถานที่ใดให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานนั้น
1.4 ในการจัดทำประกาศหรือแผ่นป้ายให้ระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของ ผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวน และวันเดือนปีที่ผลิตไว้บริเวณด้านล่างซ้ายของประกาศหรือแผ่นป้าย
 
2. การโฆษณาทางวิทยุและโทรทัศน์
 
ผู้สมัคร พรรคการเมืองหรือผู้ใดไม่สามารถโฆษณาหาเสียงทางสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ได้ กกต.จึงออกหลักเกณฑ์กำหนดให้สถานีวิทยุกระจายเสียงหรือ สถานีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐและสถานีท้องถิ่นจัดสรรให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองอย่าง เท่าเทียมกัน โดยสถานีอาจเชิญพรรคการเมืองไปออกรายการเพื่อแสดงวิสัยทัศน์หรืออภิปรายเชิงนโยบายหรือตอบข้อซักถามได้ แต่ต้องจัดให้พรรคการเมืองมีโอกาส โดยเท่าเทียมกัน และในการจัดรายการดังกล่าวทางสถานีต้องพิจารณาดำเนินการตามหลักวิชาชีพและจรรยาบรรณของสื่อมวลชน
ทั้งนี้ ห้ามผู้ใดโฆษณาหาเสียงไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดในรายการของสถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุ เว้นแต่การรายงานข่าว หรือการวิเคราะห์ข่าวของสถานีหรือผู้ใดตามหลักวิชาชีพที่ดำเนินการด้วยความเป็นกลาง
นอกจากนี้ ยังห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซื้อหรือเช่าเวลาหรือรายการของสถานี หรือทำให้ได้มาซึ่งเวลาออกอากาศทางสถานีเพื่อโฆษณาหาเสียง รวมทั้ง ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองควรหลีกเลี่ยงการใช้วิชาชีพหรือประกอบอาชีพเกี่ยวกับรายการวิทยุโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง สื่อสารมวลชน สื่อโฆษณา เช่น นักแสดง นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สื่อมวลชน เป็นต้น เพื่อเอื้อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งแก่ตนเอง ผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมืองใด ในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง
 
3.การจัดเวทีกลางในการปราศรัยหาเสียง
 
ให้ กกต.จังหวัดจัดให้มีสถานที่หรือเวทีกลางให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองโฆษณาหาเสียงอย่างน้อยเขตเลือกตั้งละ 1 แห่ง ผู้สมัครและพรรคการเมืองขออนุญาตส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้สถานที่ของรัฐในการโฆษณาหาเสียงได้ โดยรับผิดชอบค่าใช้ จ่ายเอง ทั้งนี้ ผู้สมัครและพรรคการเมืองสามารถจัดเวทีหาเสียงของตนขึ้นเองได้
 
4 .การโฆษณาหาเสียงผ่านสื่อที่กฎหมายไม่ห้าม
 
1. การแจกเอกสารในสถานที่งานพิธีต่างๆ โดยห้ามวางหรือโปรยในที่สาธารณะ
2. การหาเสียงผ่านทางเว็บไซต์ จดหมาย สิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การลงโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ ฯลฯ โดยผู้สมัครต้องคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งด้วย
จำนวนคนอ่าน 959 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

 
« พฤศจิกายน 2557 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
       1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30
ดูปฏิทินทั้งหมด

 ข่าวทันเหตุการณ์
 ข่าวการเมือง/มั่นคง
 ข่าวเศรษฐกิจ